Whatever

วันนี้เจอพนักงานอดิดาสกวนประสาทใส่ค่ะ
ไปเดินดูรองเท้าลดราคาที่มาบุญครอง
เจอพนักงานจู้จี้ให้ฝากกระเป๋าถือ ตัวฉันก็เลยหงุดหงิด
พอเข้ามาในบูทซื้อสินค้าก็เลยบ่นปนคำสบถเพราะว่ารมบ่จอย
"มันเป็นเหี้ยอะไรวะเนี่ย กระเป๋าถือผู้หญิงยังต้องให้ฝากอีก
กลัวอะไรนักหนาวะ วันนี้แม่งต้องโดนขโมยของไปแล้วแน่ๆเลยสติแตก"
ฉันก็บ่นปนด่าไปน่ะค่ะ ไม่ใช่คนสุภาพอยู่แล้ว มีเหี้ยมีห่าเป็นเรื่องปกติ
แล้วก็มีพนักงานหน้าดำเสล่อขึ้นมาร่วมวงสนทนาโดยมิได้รับเชิญ
"คุณด่าเหี้ยห่ายังงี้ได้ไงเนี่ย ไม่มีมารยาทเลยครับ มาด่าพนักงานได้ไง"

จากตอนแรกที่แค่หงุดหงิดพนักงานบอกให้ฝากกระเป๋านั่นโน่นนี่ กลายเป็นโมโหว่ะค่ะ
ไอ้พนักงานคะ กูไม่ได้พูดกับมึงนะคะ มึงมาเสล่อสอดคำสนทนาของชาวบ้าน
แล้วยังมาทำท่าสั่งสอนลูกค้าอีกเหรอวะ? เอาจริงเหรอคะมึง?
เป็นพนักงานขายรองเท้าที่น่าโดนร้องเท้าตบปากมากทีเดียว
ชักไม่มั่นใจว่ากูกำลังปะทะกับพนักงานขายรองเท้าหรือคุณครู
ออกท่าสั่งสอนเสียเหลือเกิน เห็นแล้วนึกถึงภาพครูภาษาอังกฤษตอนม.ปลายลอยขึ้นมาซ้อน

"เกี่ยวอะไรกับพี่อะ? ไม่ได้ด่าพี่นี่" เพื่อนฉันถาม
"ผมก็เป็นพนักงานที่นี่ ด่าพนักงานคนอื่นก็เหมือนด่าผม"

โห เจอพระเอกลิเกตัวจริงเข้าแล้ว ออกแนวอยากเป็นพระเอกรักพวกพ้อง
ไอ้พี่พนักงานคะ เตี้ยดำสิวเกรอะอย่างพี่คงได้เป็นแค่ตัวประกอบรำฉุยฉายด้านหลังเท่านั้นว่ะค่ะ
ฉันไม่เข้าใจว่าการที่ฉันจะบ่นๆด่าๆกับตัวเองหรือกับเพื่อนสนิทที่ไปด้วยกัน
มันไปเกี่ยวเหี้ยอะไรกับพนักงานหน้าดำคนนี้ตรงไหน
แล้วการที่เขาพยายามออกหน้าทำท่ารักพวกพ้องเนี่ย
มันเปลี่ยนความรู้สึกลูกค้าจากหงุดหงิดเป็นโมโหได้นะคะ
เซ็งเป็นอย่างยิ่ง

เสียใจนิดหน่อยที่ทำเอาอารมณ์ช็อปปิ้งของเพื่อนจืด
ไม่เป็นนะเพื่อน คราวหน้ากูพามึงไปดูยี่ห้ออื่นนะ
นิว บาลานซ์กำลังมาแรง ไว้จะพาไปส่องเน้อ

ขอแค่ไม่อยากสวย ก็พอ...

posted on 10 Dec 2009 22:50 by cadenzato  in Whatever

การที่น้ำหนักลดวูบไปแล้วทำให้หุ่นดีขึ้น
ทำให้เกิดการผวาไม่อยากกลับไปจ้ำม่ำเหมือนเดิม
พยายามรักษาระดับน้ำหนักด้วยการกินอย่างมีสติและเดินให้มากๆ
แต่ดูเหมือนสติมันไม่ค่อยจะมี เผลอทีไรเป็นมูมมาม
เดินเท่าเดิมแต่กินมากขึ้น มันก็ไม่ได้ช่วยรักษาหุ่นอะไรเลย
ผลคือน้ำหนักมันเริ่มกลับคืนมาค่ะ

เป็นผู้หญิงอยากสวยทำไมมันลำบากชีวิตงี้วะ

ถ้าไม่อยากลำบากชีวิต ง่ายนิดเดียว แค่ไม่อยากสวย เรื่องก็จบ
แค่ไม่อยากสวยก็จะสามารถกินได้อย่างไม่อั้น
แค่ไม่อยากสวยก็ไม่ต้องเสียเวลาแต่งหน้า
แค่ไม่อยากสวยก็จะได้ไม่ต้องเสียเงินแพงๆซื้อสกินแคร์
แค่ไม่อยากสวยก็ต้องไม่ต้องกำลังคิดว่าจะแต่งตัวยังไง

แค่ไม่อยากสวย ชีวิตคงง่ายและสบายขึ้นจม

หกเดือนแล้ว
ยังเขียนบันทึกเดินทางตอนที่ไปจีนไม่เสร็จเลย
ไปอยู่มา ๔ เดือน ใช้เวลาเขียน ๖ เดือน
ถ้าเป็นภาษาคนเขียนเขาเรียกว่าตันใช่ไหมคะ?

ฮ่วย

**********

เคยบอกตัวเองว่าจะเขียนบล็อกให้มากๆ
ก็ทำไม่สำเร็จ (อีกแล้ว)
ความขี้เกียจนี่ช่างน่ากลัวจริงๆ

**********

คนเราเวลารักใครมากๆมันก็ทำให้ชีวิตลำบากอย่างคาดไม่ถึงนะคะ
พอรักก็อยากทำอะไรให้
แต่การจะหาเวลาและแรงไปทำอะไรต่ออะไรมันก็ไม่ง่ายเลย
ยิ่งพอแก่ลง แรงเหลือน้อย แต่ความรับผิดชอบสูงขึ้น
เวลากลายเป็นสิ่งมีค่าที่หายากเหลือเกิน

สมัยเด็กๆที่เราใช้ชีวิตผ่านไปโดยไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องคิดอะไร
เวลามันช่างเหลือเฟือจริงๆ
ฉันว่ามันน่าจะมีระบบฝากเวลาในช่วงนั้นไว้ได้ แล้วถอนมาใช้ตอนนี้นะคะ
น่าจะดี

**********