Perception

โลกนี้ไม่มีคำว่าฟรี

posted on 30 Aug 2005 20:31 by cadenzato  in Perception

ตอนวันรับปริญญา ไดเร็กเตอร์บอกว่า
"There's no free lunch in this world."
โห่ย โดนใจ โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ
ขึ้นชื่อว่างาน ไม่มีอะไรง่ายๆหรอก

ทำงานกับพ่อตัวเองอาจสบายที่ไม่ต้องไปเที่ยวตะลอนสมัครงาน
หรือแหกหื่นออกจากบ้านทุกวัน
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณสามรถตื่นสาย
หรือเอาแต่นั่งเล่นคอมในออฟฟิศทั้งวันได้

ถ้านายจ้างเป็นคนอื่น เวลานายจ้างประสาทกลับ เราก็แค่นินทากับเพื่อนฝูง
ด่ามันให้หายแค้น ช่างเขา แล้วทำงานต่อ ทำงานให้สมค่าจ้าง หมดเดือนก็รับเงิน

แต่ถ้าพ่อตัวเองเป็นนายจ้าง มันไม่ได้ว่ะ
นายจ้างประสาทกลับเราก็เอาไปพูดกับคนอื่นไม่ได้
ทำงานต้องดีที่สุดเพราะมีทั้งเพื่อนร่วมงานและลูกค้าจ้องอยู่
ต้องทำตัวเป็นตัวอย่าง และ 'ต้อง' ทำให้คนอื่น 'เห็น'
ทุกอย่างต้องได้ ทุกอย่างต้องรู้
วันนี้แกเป็นข้าทาสไม่มีตำแหน่ง
แต่วันที่พ่อมึงตายแกได้ขึ้นลิฟท์ไปชั้นเพนท์เฮ้าส์เลยเว้ย
ทุกอย่างในวันนี้คือของๆตัวเองทั้งหมดในอนาคต
ถ้าไม่ทำดี แล้วมันจะเหลืออะไรให้ตัวเอง?

โลกนี้ ไม่มีคำว่าฟรีว่ะ

เห็นหลายๆคนวันนี้พูดถึงรายการถึงลูกถึงคน
คืนนี้ถกเรื่องการ์ตูนและคอสเพลย์
มหกรรมสาดน้ำโคลนอีกแล้ว...

หลายคนบอกว่าถึงเวลาชาวการ์ตูน+คอสฯลุกขึ้นสู้เสียที
ไม่ผิดที่เราอยากให้คนอื่นเข้าใจในสิ่งที่เราเป็นหรือชอบ
แต่พลาดแน่ถ้าเลือกวิธีการไม่เหมาะสม
(ยืนยันว่าไม่ผิด แต่พลาดน่ะ)

ไอ้หนู...ถ้าจะเลือกสนามรบก็เลือกที่มันไม่เสียเปรียบสิ(วะ)

สื่อทำงานหาเงินจากการสร้างข่าว
นักวิชาการหาเงินจากการให้คำปรึกษา
ไม่มีข่าว ไม่มีงาน
ไม่มีปัญหา ไม่ต้องการปรึกษา
ที่เหลือ...คิดออกไหมอะ?

เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง
ผู้เขียนเค้าเขียนเรื่องที่มันขัดแย้งต่อมุมมองสังคมและศาสนา
แน่นอนว่าดังพลุแตกเป็นที่สนใจไปทั่ว
แล้วรายการทีวีก็เชิญไปสัมภาษณ์
ตอนเชิญบอกว่าเป็นการสนทนาแบบกลุ่ม
แต่ตอนไปถึงเป็นการจับขึ้นปิ้ง
เอานักวิชาการแนวอนุรักษ์นิยมกับผู้นำศาสนามาขนาบข้าง
ยิงซะให้ตายคาหน้าจอ
ไม่ใช่การถามนำประเด็นเปิดการสนทนาแบบกลุ่ม
แต่เป็นการประนามหยามเหยียดเนื้อหาพร้อมส่องไฟจี้จุดผิดพลาด
(ที่ทั้งมีจริงและไม่มีจริง)
คำตอบบางส่วนที่ถูกต้องชัดเจนกลับถูกตัดต่อให้สั้นลง
ทำให้ความหมายถูกแปลงผิดเพี้ยน

คุ้นไหม?
เคยเห็นไหม?
ตอน hide ตาย
ตอนที่เด็กที่ชอบ Malice Mizer ฆ่าตัวตาย
ตอนที่ Johnny's มาแสดงคอนเสิร์ต
การประสบสิ่งเดิมซ้ำๆซากๆ
ถ้าไม่โกรธแค้น ก็จะชินชา
ฉันมันประเภทหลังน่ะ

เห็นจนเบื่อ เห็นจนรู้ว่า
ไอ้พวกนี้ก็เป็นแฟชั่นแบบหนึ่ง เดี๋ยวมาเดี๋ยวไป
เล่นข่าวได้ซักพัก พอขายไม่ได้ก็เลิกไปเอง

เอามาถกประเด็นกันเหรอ?
น่าขำ
มันก็แค่เอาสิ่งที่คนส่วนใหญ่มองว่าประหลาดมาวางไว้หน้าจอ
แล้วก็ซัดคำถามน่าโมโหใส่เท่านั้นเอง
ประชันกันว่าใครมีไหวพริบปฏิภาณในการสร้างสรรค์คำตอบสวยหรูมากกว่ากัน
ถกไปก็ไม่เคยเห็นได้อะไร
นี่เป็นปัญหาสังคมรูปแบบหนึ่งรึเปล่า? ไม่มีใครตอบได้
เราจะแก้ปัญหาช่วยเยาวชนอย่างไรดี? ก็ไม่เคยเห็นมีคำตอบ
หึ...เราก็แต่เอาคนหลายๆคนมาว่ายในโอ่งปลาทองเดียวกันเท่านั้นเอง
ว่ายๆไปเหอะ ผ่านไปซักพักก็ต่างคนต่างลืม
นานๆไปอีกหน่อย มีเรื่องใหม่เข้ามา เราก็โดดมาว่ายด้วยกันอีก
พากันลืมว่าต่างฝ่ายต่างเคยเจอะเจอประสบการณ์อะไร
หรืออีกอย่าง มันก็มีคนใหม่ๆที่อยากโดดเข้ามาว่ายในโอ่งแหละ

เรากำลังมุ่งหน้าไปทางไหนกันอะ?
สิ่งที่เราทำจะให้ผลที่เราอยากได้รึเปล่าอะ?

You don't have toshout it out loud just to be heard.
Action speaks louder than word.


การเป็นผู้ใหญ่ก็คือการทำตัวให้เคยชินกับความจริงที่ไม่สวยงามของชีวิต
ทำตัวให้อยู่รอดในสังคมเลวทราม
รู้จัก(แกล้ง)ทำเป็นไม่รู้ไม่เอาใจใส่กับเรื่องรอบตัว

เป็นผู้ใหญ่แม่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าพิศมัยนี่หว่า...