จุดหมายปลายทางในฝัน
posted on 30 Jun 2009 19:58 by cadenzato in Explorationฉันว่าทุกคนคงมีจุดหมายปลายทางในฝันกันใช่ไหมคะ?
บางคนอาจมีแค่ที่เดียว
แต่ฉันอย่างฉันมันโลภมากค่ะ มีหลายที่
แหละหนึ่งในนั้นก็คือทิเบต
มีโอกาสได้ไปเรียนเมืองจีน จะปล่อยโอกาสให้หลุดลอยก็ใช่ที่
ขอจัดการเหยียบทิเบตก่อนกลับเถอะค่ะมึง อดไม่ได้โว้ย
ไปทิเบตยากไหม?
ไม่ยากค่ะ เพราะรัฐบาลจีนห้ามคนต่างชาติเดินทางเข้าธิเบตด้วยตนเอง
ต่างชาติทุกคนจะโดนบังคับใช้บริการบริษัททัวรฺท้องถิ่นค่ะ
บริษัททัวร์ท้องถิ่นก็จะทำหน้าที่ขอ Tibet Travel Permit จองที่พัก หาไกด์ จัดรถราสำหรับเดินทางให้
เลือกได้ค่ะว่าอยากไปร่วมกรุ๊ปทัวร์กับชาวบ้านหรือรวมกลุ่มกับเพื่อนๆให้บริษัทจัดทัวร์ส่วนตัวให้
จ่ายตังค์ซะเรื่องก็จบ
เออค่ะ เนื่องด้วยไม่มีเพื่อนร่วมตาย ดิฉันก็ควักกระเป๋าจ่ายเงินไปร่วมกลุ่มกับขาวบ้านนเขา
โชคดีที่กลุ่มไม่ใหญ่ มีกันแค่สามคน เลยเที่ยวสนุกไม่เรื่องมาก
ทิเบตมีอะไร?
ท้องฟ้า ภูเขา ทะเลสาป ยัค ศาสนา ป่วยบนที่สูง
+ ท้องฟ้า +
ทุกสิ่งทุกอย่างของทิเบตสวยได้ด้วยท้องฟ้าค่ะ
สีมันฟ้าตอแหลยังกับภาพวาดเลยคุณ
เอามาเป็นแบคกราวด์ของตึกสีขาวขอบหน้าต่างสีดำตกแต่งด้วยสีแดงเหลืองเขียวได้ดีมากๆ
+ ภูเขา +
ทุกทิศที่มองไปคือภูเขาค่ะ
ไม่มีช่องว่าง ไม่มีเว้นวรรค
บางลูกเป็นทราย บางลูกเป็นหิน บางลูกมีหิมะปกคลุมตรงยอด
เวลานั่งรถมองได้เพลินตลอดทาง
+ ทะเลสาป +
ทะเลสาปน้ำเค็มสีเทอคอยซ์ที่ความสูงสี่พันเมตรเหนือระดับน้ำทะเล
แม่น้ำเลาะตามหุบเขาที่มียัคและแกะลงไปแวะดื่ม
เวลาเห็นภาพจากหนังสือ National Geographic
ฉันมักจะคิดว่านี่คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้วเขาถึงคัดเอามาลงหนังสือ
พอมาเห็นด้วยตา อ๋อ เปล่าหรอก
มันเป็นภาพที่เห็นได้ตลอดทางเลยต่างหาก
+ ยัค +
วัวภูเขา ตัวใหญ่ๆ ขนหนาๆ นมมันๆ
เพียบเรยยย
+ ศาสนา +
คนทิเบตเขานับถือศาสนากันแกร่งกล้ามากค่ะ
ตอนมีชีวิตก็อยู่ใกล้สวรรค์ซะขนาดนี้แล้ว
ทำบุญบูชากันหนักหน่วงปานนั้น
คาดว่า ๙๐% ของประชากรทิเบตคงได้ขึ้นสวรรค์กันน่ะค่ะ
+ ป่วยบนที่สูง +
ประสบการณ์ที่คงเล่าได้อีกนานคือการได้ซี๊ดออกซิเจนที่ความสูง ๓,๖๐๐ เมตรเหนือระดับน้ำทะเลค่ะ
สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับความสูง อาการป่วยก็จะมีตั้งแต่
เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก ปวดหัว ไม่อยากอาหาร หน้ามืดเป็นลม
ที่ว่ามานี้ กูโดนหมดทุกดอกค่ะ (เพื่อประสบการณ์เต็มล้ำ ไชโย)
วิธีการป้องกันรักษาก็ง่ายๆค่ะ
ฟิตร่างกายให้แข็งแรงก่อนเดินทาง อย่าหักโหมในวันแรกๆ
กินยาป้องกัน ซี๊ดออกซิเจกระป๋องเข้าไป
คนที่สุขภาพดีมากๆเขาก็ไม่ลำบากนะคะ
วันแรกอาจจะหายใจลำบากหน่อยแต่วันหลังนี่ฉิว
ส่วนตัวดิฉันนี้ ซัดยากับซี๊ดออกซิเจนแม่งทุกวันเลยค่ะ
ซี๊ดออกซิเจนวันแรกๆคือรักษาอาการปวดหัว
ซี๊ดวันหลังๆคือเอามันค่ะ
(เกร็ดความรู้ – การสูดออกซิเจนตอนที่ร่างกายไม่ได้ต้องการจริงๆ
จะให้ผลใกล้เคียงกับการดูดปุ๊นนะคะ ฮ่าๆ)
มีอะไรอีก?
สิ่งที่ฉันอดแปลกใจไม่ได้คือความเจริญของเมืองค่ะ
ลาซ่าไม่กระจอกนะคะ
ถนนเรียบสวยกว้างขวาง
ตึกอาคารสำนักงานรายล้อม
ห้างสรรพสินค้าเต็มข้างทาง
แถมมีเขตอุตสาหกรรมใหม่ต่างหาก
แต่เมืองอื่นๆนอกจากลาซ่าไม่ได้พัฒนามากนักหรอกนะคะ
แต่คิดว่าอีกไม่นานสภาพก็คงไม่ต่างกัน
มันเป็นภาพขัดตานิดหน่อยที่ได้เห็นคนแต่งตัวแบบชนเผ่าเดินอยู่ในเมืองสภาพเจริญ
อีกอย่างที่ชวนให้กลัวคือจำนวนทหารค่ะ
ทุกสี่แยกในลาซ่าจะมีทหารถือปืนยืนคุม
ถนนที่ออกนอกเมืองก็จะมีป้อมคอยตรวจรายทาง
แล้วก็มีรถทหารวิ่งกันเป็นคารวานเลยทีเดียว
ฉันนั่งรถ ๗ ชม.จากลาซ่าไปชิกัตเสะ
เห็นรถหกล้อทหารไม่ต่ำกว่าร้อยคันค่ะ
มองแล้วก็ชวนให้คิดว่าภาคใต้บ้านเราเป็นแบบนี้รึเปล่า
สิ่งที่ห้ามเด็ดขาดในลาซ่าคือถ่ายรูปทหารค่ะ
อยากหันกล้องไปทางไหนก็หันไป
แต่ถ้าหันไปทางทหารเป็นเรื่องนะคะ
รู้ได้ไงว่าเป็นเรื่อง?
ก็ต้องโดนมาแล้วสิคะ (ฮา)
ก็แค่อยากถ่ายรูปรถสามล้ออะ
หันไปเชะทีนึงพี่ทหารก็เดินเข้ามาถามเลยว่า
“ถ่ายรูปทหารไว้รึเปล่า? ขอดูด้วย”
พอดูแล้วว่าไม่โดนก็ปล่อยไป



