เห็นนวัตรกรรมฝาชีที่ทรูคาเฟ่ สยามพารากอน กันรึยังคะทุกท่าน?
ไอ้ฝาชีลอยได้นั่นน่ะ ไม่ใช่โคมไฟหรือวัตถุเพื่อความงามนะคะ
มันคือลำโพงค่ะ
ที่โต๊ะจะมีแป้นสำหรับเสียบไอพอดอยู่
แค่คุณเสียบไอ้ป๊อดลงไป ก็เลื่อนหาฝาชีส่วนตัวแล้วฟังเพลงได้ทันที
ไฮโซ (เชี่ยๆ)
มองไปละม้ายคล้ายอบไอน้ำผมอยู่เลยนะคะ
แถมเวลาเดินมันก็ช่างเกะกะสิ้นดี


ก็ดีนะคะ สร้างความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
ตอบรับการใช้ชีวิตแบบของใครของมันดี

แล้วถ้าเป็นอย่างงี้...ทำไมไม่ต่างคนต่างนั่งฟังที่บ้านละคะ?

ฉันเห็นคนกลุ่มหนึ่ง มากัน 3 คน
มาถึงปุ๊บ เดินไปซื้อน้ำ นั่งลงโต๊ะ
ต่างคนต่างก็ควักไอพอดหลากสีออกมา
เสียบ เสียบ เสียบ
แล้วต่างคนก็ต่างสนุกกับนวัตกรรมบรรจุอัดเสียงและฝาชีโปร่งแสง
โดยที่ไม่พูดอะไรกัน...

ฉันสงสัยค่ะว่า 3 คนนี้เขาออกจากบ้านมาเพื่ออะไร?
เจอหน้า? พูดคุย? สังสรรค์? ปฏิสัมพันธ์?
หรือเพื่อมาแสวงหาอาณาเขตส่วนตัวในที่สาธารณะ?
ฉันว่าสารพัดนวัตกรรมสมัยนี้มันทำให้คนมีพื้นที่และโลกส่วนตัวมากขึ้นนะคะ
เกือบจะเข้าขั้นว่าไม่ต้องออกจากบ้านไปไหนก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้
แต่ถ้าคนเราไม่ปฏิสัมพันธ์กัน ไม่มีส่วนร่วมในสังคมเดียวกัน
แล้วเราจะสามารถเรียกตัวเองว่าอยู่ในสังคมเดียวกันได้หรือเปล่าคะ?

ฉันไม่รู้ค่ะ ไม่รู้จริงๆ

ฉันก็แค่คิดว่า คนเราน่าหันกลับมาสู่รูปแบบเก่าๆบ้าง
แบบธรรมดาที่เราเคยเป็นเคยอยู่
เจอหน้ากัน เดินไปด้วยกัน พูดคุยกัน ยิ้มให้กัน หน้าบึ้งใส่กัน
บางทีฉันก็สมเพชตัวเองที่หัวเราะให้กับมือถือนะคะ
อยากเจอเพื่อนชิบหาย แต่ก็ทำได้แค่เมสเสจหากัน
อยู่กทม.เหมือนกันแท้ๆ ทำตัวยังกับอยู่คนละดาว บ้า

ถ้าคุณตัดสินใจจะออกจากบ้าน
คิดในแง่ดีกันนิดหน่อยว่าวันนี้เราจะออกไปมีส่วนร่วมกับสังคมภายนอก
ทิ้งไอพอดไว้ที่บ้าน
ทิ้งเกมกดไว้ที่บ้าน
เดินออกมา ใช้สายตามองไปรอบๆตัวเอง
ยิ้มให้กับเรื่องดีๆ
ขมวดคิ้วให้กับเรื่องแย่ๆ
มองหน้าเพื่อน
มองตาคนรัก
อยู่ในโลกเดียวกันเถอะค่ะ
อยากได้โลกส่วนตัว อยู่บ้านค่อยทำก็ได้

**********

แถมๆ
ไปสัมภาษณ์งานมาค่ะ ฮ่าๆ
สัมภาษณ์กันหรูมาก ทรูคาเฟ่ สยามพารากอน
(แม่เอ๊ย....NGO ภาษาอะไรกันวะเนี่ย หรูสิ้นดี)
เป็นสัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการค่ะ ก็เรื่อยเปื่อย
แต่ตรงที่นั่งแอร์แม่งโคตรเย็นเลย
พูดไปก็น้ำมูกจะไหล เสียงสั่น
แม่ง...น่าจะแกล้งบีบน้ำตาแถม
เขาจะได้สมเพชเวทนารับเข้าทำงาน
เพื่อนคนนึงแม่งบอก ให้เอาถาดไปด้วย
ตีหัวเล่นตลกรั่วให้เขาดู เขาจะได้อนาถใจสงเคราะห์ให้ได้งาน
กูละ...เหนื่อยใจ...

**********

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เอ เราไปเดินสยามพารากอนมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่เห็นฝาชีเลยค่ะ ชะรอยคงจะไม่ได้ได้เดินเข้าไปใกล้ทรูคาเฟ่กระมัง ก็เลยไม่ได้เห็น

สำหรับเรา การที่จะเอาหูฟังออกมาฟัง หรือนั่งอ่านหนังสือสักเล่ม หรือควักเกมกดออกมาจิ้มๆ ในที่สาธารณะ เพื่อเข้าสู่โลกส่วนตัว เราจะทำตอนที่นั่งรอคนที่นัดไว้ หรือเวลารถติดอยู่บนถนนนะคะ

ถ้าเจอหน้าคนที่นัดแล้ว ไม่ว่าจะเพื่อน แฟน หรือพ่อแม่พี่น้อง ก็ต้องเก็บโลกส่วนตัวลงกระเป๋าทั้งหมดค่ะ

เราเห็นด้วยกับคุณมากๆเลยล่ะ ที่ว่า ถ้ากางอาณาเขตส่วนตัวแล้ว จะออกมาให้เมื่อยตุ้มทำไม...
เจอหน้ากันก็ต้องมองหน้ากัน คุยกัน เดินด้วยกันสิ....

เราเองก็ไม่ชอบคุยโทรศัพท์ เพราะชอบที่จะปฏิสัมพันธ์แบบซึ่งๆหน้ามากกว่า มีความรู้สึกว่าคุยกันทั้งที ถ้าไม่เห็นหน้า แตะต้องตัวไม่ได้ มันเหมือนห่างไกลยังไงก็ไม่รู้ แต่ก็อย่างว่าล่ะค่ะ ถ้าเวลาไม่อำนวย ก็ต้องใช้มือถือสื่อสารกันไปก่อนไม่ว่าจะคุยหรือ SMS

#1 By Valentino on 2006-04-18 16:00

ยังไม่เคยเห็นฝาชีโปร่งแสงอันนั้นเลยอ่ะค่ะ

เห็นด้วยค่ะ คนเราทุกวันนี้ไม่ค่อยจะหันหน้ามาคุยกันเท่าไหร่เลย อยากให้ทุกๆ คนกลับมาให้ความสำคัญกับการพูดคุยกันเหมือนเดิมอ่ะค่ะ ((เอ หรือจะเป็นเพราะเราพูดมาก ก็เลยอยากให้คนอื่นมาพูดด้วยกันบ้าง))

ทรูคาเฟ่ที่พารากอนมันทำให้เพื่อนเราหน้าแตกมาแล้วค่ะ ก็ด้วยความที่ร้านมันหรูแหละค่ะ เพื่อนเราเลยต้องถามย้ำให้แน่ใจว่า นี่คือร้านทรูใช่มั้ยค่ะ??

#2 By N o O ~ k L o Y 3 3 on 2006-04-18 16:07

อยากได้ไอพอดดดดด *ตะโกน*

#3 By ☆PSYCHORABBiT★ on 2006-04-18 16:38

วันหลังเอายาหยอดตาไปด้วยเลย จะได้ดูเห็นอกเห็นใจ เอิ๊กๆ ..ล้อเล่น

เป็นไงบ้างอ่ะ เมลล์มาเล่าให้ฟังหน่อยดิ สู้ๆโว้ย

#4 By imatsydney on 2006-04-18 16:43

ไม่เห็นฝาชีนั้นอะค่ะ แต่เราก็เป็นหนึ่งในนั้นน่ะ ไม่ได้อะไรหรอกค่ะ แต่เวลาที่ไม่ได้ฟังเพลงไปด้วยจะขาดสมาธิ อย่างน้อยเรายังพอมีมารยาทเวลาคนอื่นอยู่ด้วยจะไม่เอามาเล่นมาฟัง.....

ขอให้ผ่านนะคะ งานนะคะ

#5 By Mind on 2006-04-18 17:21

รูปที่แล้วดูดน้ำ
รูปนี้ ..ถือถ้วย
...เชื่อเขาเลย
คนปัจจุบันเป้นโรคจิตค่ะ
เชื่อดิชั้น
ถ้าไม่เชื่อ
ดิชั้นจะอัพเอ็นทรี่คนโรคจิต
เออ แปลกดีครับ ไปเจอกันแล้วไม่คุยกัน นั่งฟังเพลงของใครของมัน ตลกดีเนอะ
ชอบentryนี้มากๆอ่า เห็นด้วยจริงๆเลย
บางทีคนเหล่านั้นอาจจะอยากเท่ละมั้ง ออกมาแสดงอณาจักรโลกส่วนตัวในโลกข้างนอก จะได้เท่กิ๊บเก๋ให้คนอื่นเห็น
แต่เราก็อาจจะขี้ประชด กะมองโลกในแง่ร้ายไปก็ได้นะ

คนเรามาถึงจุดนึง ถ้าไม่มีด้านsocial lifeประกอบ เราว่ามันจะว่างเปล่า เคว้งๆนะ ต่อให้มีเงินเยอะแยะ มีเวลามากมาย แต่ถ้าต้องหัวเดียวกระเทียมลีบตลอด หรือรู้จักแต่ใครก็แค่ผิวเผิน ชีวิตคงอับเฉา
แต่บางคนก็อาจจะชอบละมั้ง นานาจิตตัง แต่ส่วนใหญ่เราว่าก็หนีความจริงที่ว่า..มนุษย์เป็นสัตว์สังคมไม่พ้นหรอกเนอะ

ขอให้ได้งานนะจ๊ะ ^^ ว่างๆป่ะ ไปกินไร เดินเที่ยวด้วยกันอีก เด๋ววันไหนโทรไปคะ

#9 By Asplera on 2006-04-18 21:37

มันคงเป็นความรู้สึก อภิสิทธิ์ มั๊งครับ ที่สามารถมีอาณาเขตส่วนตัวในที่สาธารณะได้ เพราะคนธรรมดาทั่วไปทำไม่ได้ แต่ผมว่า จริงๆแล้ว เรามีอาณาเขตส่วนตัวกันอยู่ทุกคน เพียงแต่เรามักจะห่วง พะวง กับสายตาคนรอบๆตัว ...
แต่ในกรณีออกไปเจอเพื่อน ออกไปเที่ยวกับเพื่อน แล้วยังเสือกจะมีอาณาเขตส่วนตัวกันอีก ผมว่าอันนั้นก็บ้าแล้วล่ะครับ ไม่งั้นจะเดินออกไปเจอกันทำหอกอะไร นั่งฟังเพลงอยู่บ้านก็ได้

#10 By hodecore on 2006-04-18 22:54

เทคโนโลยีมันพัฒนาขึ้นมาเพื่อทำให้คนเราเข้ามุมกันมากขึ้นอ่ะ ถ้ามองแบบขำๆสไตล์กู กูว่าเพราะคนสมัยนี้แม่งรู้หน้าไม่รู้ใจ เลยไม่มีใครไว้ใจใครแล้วอ่ะ อีกประการหนึ่งคือ งานเยอะขึ้น เวลาน้อยลง พูดกันมากขึ้น เครียดกันมากขึ้น อยากเข้ามุมกันมากขึ้น จิตใต้สำนึกเป็นอย่างนั้น ก็เลยสะท้อนออกมาทางเทคโนโลยี ให้มึงสนุกได้ด้วยตัวเองไปคนเดียว ไม่ต้องเกี่ยวกับใคร ไม่เฉพาะแต่ไอ้ป๊อดหรอก โทรศัพท์มือถือก็ด้วย แม้แต่หนังสือ pocketbook ก็ด้วยนะ

ยกตัวอย่างเช่นญี่ปุ่น กูว่าเป็นสังคมแอบๆว่ะ ลักลอบมอง ขโมยดู อย่างหนังสือญี่ปุ่นจะเล่มเล็กๆ หาหลืบหามุมก้มหน้าก้มตาอ่านไปเพราะไม่อยากยุ่งกับใคร กลัวมีเรื่องโดยไม่จำเป็น สะท้อนให้เห็นว่าเป็นสังคม introvert มากๆ รักษาน้ำใจ รักษามารยาท และแม่งเก็บกดแน่ๆ เอิ้กกก

#11 By vendetta on 2006-04-18 23:21

ยัง กูยังพิมพ์ไม่จบ เสือกกระแดะกดส่งทำติ่งไรไม่รู้

อย่างไรก็ตาม on the contrary มันก็เป็นการเข้าสังคมอย่างหนึ่งว่ะ มันคือ social life ทางอ้อมที่สะท้อนให้เห็นว่าคนในยุคปัจจุบันเป็นปัจเจกกันมากขึ้น หัวอาจจะกลวงเหมือนเดิมแต่เริ่มจะเป็น identity seeker (และอาจกลายเป็น sucker ในบางกรณี...) กันมากขึ้น ซึ่งสังคมสมัยก่อนการมองหาและดำรงไว้ซึ่ง identity ตัวเองยังไม่สะพรั่งขนาดนี้

ทั้งนี้เพราะเราเข้าสู่ยุค materialism แล้วนั่นเอง มันเป็นลูกโซ่อ่ะเธอ วุ้ย กูก็ขำซะยาว...

#12 By vendetta on 2006-04-18 23:27


สมมตินะ สมมติ
ถ้าวันนึงเราเข้าไปปั่นกระทู้เพื่อนเราเล่นนะ
แล้วเพื่อนเราแม่งไม่พอใจ
เพื่อนเราจะบอกเรามะ
หรือเราเพื่อนเราจะชอบ
หรือเค้าจะหมั่นไส้เรา
จะมีใครบอกเรามะ
อยากให้เหมือนสมัยก่อนบ้านใก้ลเรือเคียงเวลาทำอาหารแล้วเอาไปแบ่งกัน พูดคุยกันยิ้มให้กัน แต่วันเวลาก็เปลี่ยนไปเรื่อยคนในสังคมเริ่มระวังกลัวอันตรายกัน วัฒนธรรมแบบนี้ก็เริ่มหายไปเรื่อยๆ...

ปล. เน้นเรื่องประเด็นการกินเป็นสำคัญแฮะ -*-

#14 By 【サンパウェシィー】 on 2006-04-19 10:56

นั่นสิ ถ้าจะออกไปข้างนอกเพื่อเจอคนแล้วจะทำยังงั้นไปเพื่ออะไร แบบนั้นไปคนเดียวก็ได้นี่เนอะ

จะสมัครงานอะไรอ่ะคะ

#15 By มุก on 2006-04-19 14:26

การฆ่าตัวตายจากสังคมไง

#16 By ShinriTaKe on 2006-04-19 15:15

ท่านกล่าวได้ประเสริฐแล้ว มนุษย์เราหลายครั้งก็ทำเรื่องปัญญาโดยมิรู้ตัว

ขับรถ 5 ชม มาทะเล เพื่อแดกเหล้าในห้อง
มาเที่ยวต่างจังหวัด แล้วก็เล่น play ทั้งวันทั้งคืน
กินข้าวกับเพื่อนแต่คุยมือถือตลอด

ปล. เปิดซิงแล้วน้ำไหลเสียงสั่นแลยหรือ มันสุขสุดเหวี่ยงเยี่ยงนั้นจริงหรือ
ร้านมันย้ายมาติดถนนใหญ่เลย อยู่ฝั่งตรงข้ามวัดชนะ อยู่ติดกะ บูทส์
ถ้าหาไม่เจอลองไปซื้อที่ไทยทิคเกตมาสเตอร์ดู
อยากสารภาพว่าไอ้สยามพารากอนเพิ่งไปครั้งเดียวเอง....เนื่องจากงานเยอะและมันไกลบ้านเราเหลือเกิน....

แต่จะว่าไป....ที่นั่นเย็นมากกกกกกเลยยยยย

PS. เพิ่งรู้ว่าเอาไว้เสียบ i-Pod ....มองเหมือนกันว่ามันอะไรแต่ไม่ได้สนใจ...คิดว่า Modern หล่ะมั้ง (ฮา)

#19 By MiN on 2006-05-12 17:24

อ่านเพลินมาก ชอบความคิดพี่มากมาย หลายๆเรื่องที่เข้าใจหรือปลงอยู่แล้ว แต่บางเรื่องก็เป็นมุมมองใหม่ๆ อย่างเรื่องการออกแบบเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่กลับทำให้คนห่างกันมากขึ้น อืม...น่าคิด

ปกติก็เป็นคนชอบพกเอ็มพี 3 นั่งฟังในรถเมล์บ้าง เวลาต้องเดินไกลๆบ้าง... แก้เซ็ง บางทีก็รู้สึกว่าหลุดออกจากสังคมอยู่ตัวคนเดียวทั้งๆที่อยู่ในที่ๆคนเยอะเหมือนกัน
- -;a

#20 By Blood Lust Vampyre (::[o]::) on 2006-06-01 23:37

หลากหลายแง่มุมนะค่ะ แต่เราว่า
สังคมก็แปลก...
คุณก็แปลก...
แต่ความคิดคุณ โดนใจเราค่ะ

#21 By ละเมอ (125.27.196.81) on 2007-11-24 23:39

เห็นด้วยอย่างแรงครับ วันก่อนเดินไปเห็นเด็กเดินมาเป็นกลุ่ม4คน ทุกคนต่างคุยโทรศัพท์ของตัวเองอยู่ทุกคนเลย เดินอยู่บนเส้นทางเดียวกันอยู่ระยะเวลานึง นานพอสมควร เค้าก็ยังคุยโทรศัพท์ไม่เสร็จกันเลย สงสัยอยู่ในใจเหมือนกันหวะ ว่ามันจะมาด้วยกันทำไมว้า ต่างคนต่างอยู่บ้านคุยโทรศัพท์ก็หมดเรื่อง

#22 By Ton (58.8.26.55) on 2008-03-25 12:11