ฉันไม่ใช่พวกเคร่งศาสนาอะไรหรอก
ไม่ได้เข้าวัดเข้าวา ไม่ได้นั่งอ่านหนังสือศาสนา
แต่ฉันเชื่อว่าสูงขึ้นไปจากพวกเรามีอะไรบางอย่างอยู่
บางอย่างที่ไม่มีใครควบคุมได้
บางคนเรียกไอ้บางอย่างนี่ว่าดวง
บางคนเรียกว่าปาฏิหาร
ฉันเรียกว่าพระเจ้าว่ะ
ไม่ใช่
พระเจ้า ตามหลักศาสนาคริสต์หรอก
ฉันหมายถึงว่าเป็นคนๆ นึงที่มีโลกใบนี้เป็นสนามเด็กเล่นส่วนตัวน่ะ
ท่านเห็นเราเดินๆ อยู่
ท่านอารมณ์ดีก็ช่วยให้วันนี้แดดไม่จัดเดินสบาย
ท่านอารมณ์ไม่ดีก็ส่งพนักงานอีจีวีมาขายตั๋วหนังให้
แล้วแต่ว่าตอนนั้นท่านอยากเล่นน่ารักหรือเล่นรุนแรงว่ะ

แล้วฉันก็ว่า
พระเจ้าเป็นคนยุติธรรมที่มีอารมณ์ขันแบบร้ายๆ น่ะ

ทำไมพระเจ้าจะไม่ยุติธรรม?
ท่านแบ่งของเล่นให้เด็กๆในสนามเท่ากันจะตาย เหอๆ
หล่อ สวย รวย เก่ง
เหี้ย...ขาดไรอีกวะ?
ขาดนิสัยดีว่ะ ขอโทษด้วย
มองได้อีกอย่าง ตะวันออกกลางมีทรัพยากรที่มีค่ามากกว่าเงินหรือทอง
แต่ดินแดนแถบนี้ไม่เคยมีความสงบเลยเว้ย ไม่ว่าจะตอนนี้หรือร้อยพันปีก่อน
พระเจ้าให้คุณไม่ทุกอย่างหรอกนะ

อารมณ์ขันของพระเจ้านี่ก็ยากจะตามทัน
เหมือนเวลาคุณอยู่ในวงสนทนา
แล้วอยากขำกับมุขนั้นๆ ที่(ท่าน)ยิง(ลง)มาเพื่อที่วงสนทนาจะได้ไม่สะดุด
ขอโทษเว้ย บางทีมุข(แม่ง)ถ่อยเกิน ขำไม่ออก
ฝนตกรถติดกลางฤดูหนาวแล้วเสือกท้องเสียแถมใกล้ๆไม่มีปั๊มน้ำมัน
ดิสก์หายวันก่อนส่งงาน ไฟล์สำรองที่เพื่อนดันติดไวรัส ครูแม่งใจทมิฬ
ขำไม่ออกว่ะเฮ้ย ชีวิตมันห่วยเกิน

มันก็แค่นี้แหละ
ของบางอย่างถ้าพระเจ้าจะให้เดี๋ยวมันก็หล่นทับเราเอง
ชีวิตบางตอนที่มันไม่ขำเราก็ต้องทนแกล้งขำกับมันไป

ทำไงได้...ก็นี่เป็นสนามเด็กเล่นของเขานี่หว่า

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

กี้ว่า

พระเจ้า มักจะสร้างอะไรให้สมดุลกันคะ

อย่างบางคน สวย...แต่จิตใจ ไม่ดี

แต่บางคน จิตใจดี แต่ไม่สวย

ไม่มีอะไร perfect ทั้งหมดหรอกคะ

จิงมั้ยคะ

#1 By Jackyjung on 2005-09-09 11:01

โดนใจจัง
โลกใบนี้คือสนามเด็กเล่น ..

#2 By Canfly--+ on 2005-09-09 11:18

พระเจ้าเป็นคนยุติธรรมที่มีอารมณ์ขันแบบร้ายๆ

ประโยคนี้เห็นด้วยอ่ะค่ะ คือเราก็เจอเรื่องแย่ๆแบบนั้นบ่อย

#3 By Mind on 2005-09-09 18:31


อ่านใหม่อีกรอบแล้วขอเขียนเพิ่มน่ะค่ะ

คือเราก็มองคล้ายแบบนั้นอ่ะน่ะตอนแรก
แต่มาคิดดีๆเรามองว่าอาจเป็นที่ทดลองเล็กๆของ
ใครสักคนที่ อาจจะ...พูดไงดี...เหมือนประมาณว่าโลกนี้เป็นแค่การบ้านปิดเทอม ที่ต้องสร้างขึ้นแล้วแอบดูการพัฒนาของคนบนโลกก็ได้

เหมือนกับตอนที่เคยมีคนสร้างเกมส์ที่ให้เม็ดสีมีลักษณะนึกคิดได้ไง
แล้วก็เฝ้ามองว่ามันมีปฏิกริยายังไงกับแต่ล่ะเรื่อง
ดูว่าถ้าเจออุปสรรคแบบไหนแล้วจะแก้ปัญหายังไง

รู้สึกว่าเม็ดสีพวกนั้นตอนหลังจะมีวิวัฒนาการคล้ายคนน่ะ ถ้าจำไม่ผิด
แต่ที่แน่ๆคือมันถูกยุบโครงการอ่ะเราอธิบายเป็นคำพูดไม่เก่งอ่ะ
แต่อยากเขียนเรื่องนี้ในบลอกตัวเองยาวๆเหมือนกันน่ะ

แต่ฉันเชื่อว่าสูงขึ้นไปจากพวกเรามีอะไรบางอย่างอยู่
บางอย่างที่ไม่มีใครควบคุมได้

สรุปคือเราเชื่อว่าข้างบนมีสิ่งที่ไม่รู้ว่าคืออะไรมองเราอยู่แต่ว่า
เราไม่ได้เรียกเค้าว่าพระเจ้า

#4 By Mind on 2005-09-09 20:00

อือ...คิดเหมือนกันนะที่มีคนเห็นอยู่แน่ๆและกะลังสนุกด้วย..

แต่เราคิดแบบ mind นะที่เป็นการทำช่วงปิดเทอม

เหมือนเป็นสัตว์เลี้ยงเลย

ตอนนี้เราก็มีเรื่องที่ขำไม่ออกพอกัน...

เล่นเอา น้ำตาตกเลย...เป็นบททดสอบที่รุนแรงจริงๆ..
ชั้นจะฟันฝ่าได้เหรอเนี่ย??

แต่ก็นะ...การตายมันดูยากกว่าการเกิดนี่นา

ปล.เราไม่ได้เรียกว่าพระเจ้าเหมือนกัน...แต่ยังหานิยามไม่ได้

#5 By MiN on 2005-09-10 00:03

อือ...คิดเหมือนกันนะที่มีคนเห็นอยู่แน่ๆและกะลังสนุกด้วย..

แต่เราคิดแบบ mind นะที่เป็นการทำช่วงปิดเทอม

เหมือนเป็นสัตว์เลี้ยงเลย

ตอนนี้เราก็มีเรื่องที่ขำไม่ออกพอกัน...

เล่นเอา น้ำตาตกเลย...เป็นบททดสอบที่รุนแรงจริงๆ..
ชั้นจะฟันฝ่าได้เหรอเนี่ย??

แต่ก็นะ...การตายมันดูยากกว่าการเกิดนี่นา

ปล.เราไม่ได้เรียกว่าพระเจ้าเหมือนกัน...แต่ยังหานิยามไม่ได้

#6 By MiN on 2005-09-10 00:03

ตอนที่พระเจ้าสร้างโลก พระเจ้าแบกถุงใบใหญ่ๆผ่านเมืองต่างๆทั่วโลก

พอถึงฝรั่งเศสก็โยนประตูชัย โยอหอไอเฟลลงไป
พอถึงเมืองจีน ก็โยนกำแพงเมืองจีนลงไป
พอถึงซาอุ ก็โยนบ่อน้ำมันลงไป

พอมาถึงเมืองไทย ถุงดันขาด ของขวัญในถุงเลยตกลงมาที่เมืองไทยหมดเลย

แต่เนื่องจากพระเจ้ามีความฮาอย่างยุติธรรม...

พระเจ้าเลยสร้างคนไทยขึ้นมา



เอวังโดยประการฉะนี้

#7 By vendetta on 2005-09-10 01:44

นั่นเด่ะ...

โลกไม่ยุติธรรม

เพราะคนเราคิดกันแค่หน้าตาอ่ะ
อืม... จะว่ายังไงดีล่ะ ?

ผม... ไม่คิดจะมองตรงนั้น

โลก... จะเป็นสนามเด็กเล่น

ของใคร แล้วมันเกี่ยวไรกะ

ผม ? ถ้าโลกเป็นสนามเด็กเล่น

ของพระเจ้าจริง ผม คุณ หรือ

ใคร ก็ทำอะไรไม่ได้ เราก็ทำ

ได้แค่รับในสิ่งที่... ถูกหยิบยื่น

ยัดเยียดนั้น ๆ พระเจ้าคอยดู

ปฏิกิริยาของเรา อย่าง... สนุก

มันค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ...

สิ่งที่พระเจ้าโยนลงมา และที่

เก่าแล้ว มันก็เริ่มหมดไป มัน

เป็นสิ่งเร้า... กระตุ้นเร้า... แล้ว

ในที่สุดโลกก็จะถึงจุดพีค มัน

เริ่มใกล้มาเข้ามาทุกทีแล้วล่ะ...

ไม่แน่... โลกนี้อาจจะเป็นงาน

วิจัยชิ้นใหญ่ของพระเจ้าก็เป็นได้ ^^
อืม ใช่เลย พระเจ้ากโรคจิตเล็กๆนะ
เวลาที่เราซวยแล้วก็มักจซวยอีก เคราะห์ร้ายอีก ทุกอย่างที่มันน่าเกลียดจะถาโถมเข้ามา - -
เหอๆ พระเจ้าขี้แกล้

#10 By Asplera on 2005-09-10 16:14

ก็สบายดีนะเจ้า สงสัยเพราะคิดถึงเรามากไป
กร๊ากก~ (หมวยบอก เอ็งหลงตัวเองชิบ อิอิ)

เจอกันๆ นับวันรอนะเนี๊ยะ (เว่อร์แระ โม้หนะ)

#11 By Asplera on 2005-09-10 19:41

เขียนได้น่าอ่านดีครับ ขออนุญาติแอดลง faverite นะครับ

#12 By DeltaDrive on 2005-09-14 12:41

เพราะแบบนี้คนเราถึงต้องพึ่ง "โชค" อยู่บ้าง ใช่มั้ยคะ?
บางเรื่องก็ไม่ได้แค่อาศัยโชคช่วยนิดหน่อย แต่ต้องอาศัยโชคมากๆเลยหละ

จะว่าไปก็เป็นเรื่องแปลกและน่าอัศจรรย์ใจเนอะคะ

ก็ภาวนาขอให้"ท่านข้างบนโน้น"อารมณ์ดีบ่อยๆ จะได้มีโชคดีหล่นทับเราแทนโชคร้ายละกันค่ะ

ป.ล. ตัวอย่างมุขตลกที่ขำไม่ออกนี่เก็บมาจากเรื่องจริงรึเปล่าคะ?
ถ้าจริงก็ หวังว่าตอนนี้ท้องไส้คงหายดีแล้วนะคะ? และถ้าจริงก็ขอแสดงความเสียใจด้วยกับเรื่องงานที่เสียหายไปค่ะ หวังว่าตอนนี้คงแก้ไขไปด้วยดีแล้วนะคะ

#13 By Valentino on 2005-09-14 15:55