เรียนเพื่อนหญิงทุกท่าน
 
การเกิดมาเป็นคนสวยนั้น เป็นเรื่องที่เราเลือกไม่ได้
แต่การทำตัวให้ดูดี น่าชื่นชม น่าเข้าใกล้นั้น เราเลือกได้

เราเลือกได้ (โว้ย!)
ใจเย็น ๆ ไม่ได้บอกว่าต้องสละเวลาส่วนมากในชีวิตไปกับการประทินโฉม
แต่อยากจะบอกว่า เจียดเวลาสักนิดเพื่อดูแลตัวเองบ้าง
อย่าให้ปากเหม็น
อย่าให้ขี้มูกกรัง
อย่าให้ขี้เล็บเกรอะ
อย่าให้หัวฟูเหมือนลืมหวี

ก็เท่านั้นเอง

**********
การมองรูปลักษณ์ภายนอกก็เหมือนมองน้องหมาน้องแมวอะนะคะ
ถ้ามันขนฟู ดูสะอาดสะอ้าน เราก็อยากอุ้มอยากกอดเป็นธรรมดา
ถ้ามันซกมก เอ่อ..แตะ ๆ หัวละกันนะ กูไม่ได้เกลียดมึงนะตูบ
แต่...อาบน้ำก่อน แล้วค่อยมาเล่นกัน
 
 **********
 
 

Make it right the first time

posted on 07 Nov 2011 20:02 by cadenzato  in Perception
"Make it right the first time and save yourself a lot of trouble."
ครั้งหนึ่ง ณ บริษัทแห่งหนึ่ง
ฉันได้รับบทเรียนนี้ในวันแรกของการทำงาน
และได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของบทเรียนในหลายวันต่อมา
จนซาบซึ้งในใจถึงทุกวันนี้ว่า
"ถ้าเราทำให้มันถูกต้องซะตั้งแต่ทีแรก เราก็ไม่ต้องมานั่งไล่แก้ปัญหาในทีหลัง"
 
มันไม่ง่ายหรอกนะคะที่จะทำงานให้ถูกเป๊ะตั้งแต่แรกเริ่ม
หลายสิ่งหลายอย่างที่เราคาดการณ์ไม่ได้มันก็ทำให้ต้องมีการแก้ไขเป็นธรรมดา
แต่ถ้าเกิดคุณไม่คิดให้ดี ไม่มองให้รอบด้าน
ไม่คิดเผื่อปัญหา ไม่ป้องกันเอาไว้แต่แรก
สัก ๆ แต่ว่าทำไปก่อน ไปตายเอาดาบหน้า
คุณก็จะตกอยู่ในสภาวะทำไปแก้ไป แก้แล้วแก้อีก งานเก่าแก้ไม่เสร็จงานใหม่ทำไม่ทัน
แก้จนเบลอว่า เอ๊ะ มันเกิดอะไรขึ้น เอ๋ ฉันแก้แล้วรึยัง
สุดท้ายแล้ว งานที่ไปถึงมือลูกค้า ก็มีโอกาสผิดพลาดสูง ด้อยคุณภาพ
 
ไม่คุ้มเลยค่ะเวลาที่งานห่วย ๆ หลุดออกไปแล้วโดนลูกค้าด่า 
ฉันว่าการสละเวลาสักนิดตอนเริ่มต้น
ตั้งสติคิดให้ดี ศึกษาให้มากก่อนลงมือทำ
มันช่วยลดทั้งปัญหาปวดหัว การเสียเงิน และเสียเวลา ได้มากกว่ากันเยอะจริง ๆ 

ทำไมไม่...

posted on 04 Nov 2011 21:20 by cadenzato  in Perception
"ทำไมไม่..." เป็นคำที่น่ากลัวมากเลยนะคะ
เพราะสิ่งที่คุณใส่ในช่องว่างหลังคำนั้น มันมีนัยยะว่าเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสิ่งที่เป็นอยู่
ชวนให้ผู้ฟังคิดว่าสิ่งที่ตนกำลังทำช่างโง่เง่าเต่าตุ่นสิ้นดี

ถ้าสิ่งที่คุณพูด มันดีกว่าจริง ๆ ก็คงไม่มีอะไร
แต่ถ้าสิ่งที่คุณพูดไม่ได้เจ๋งจริง ไม่ได้ใหม่แบบไม่มีใครเคยเสนอมาก่อน หรือเคยถูกพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้ผล
มันจะกลายเป็นคำพูดที่น่าโมโหสิ้นดีเลยค่ะ
มันชวนให้เกิดคำโต้แย้งว่า
"ฉันเคยทำแล้ว แต่ก็เลิกทำเพราะมันเกิดผลเสียมากกว่าผลดี คิดว่าคุณคิดเป็นคนเดียวรึไง"
"ถ้าคุณบอกฉันก่อนว่าจะทำอะไรที่มันมีผลกระทบกับทีม ฉันก็จะได้เตรียมงานให้สอดคล้องกัน
คุณไม่บอกแล้วฉันจะเสร่อไปรู้ได้อย่างไร ฉันต้องนั่งถามทุกวันเหรอว่าวันนี้คุณจะทำอะไรบ้าง"
แทนที่จะช่วยกันคิดหาทางออก ก็กลายเป็นทะเลาะกันไปซะงั้น

คนที่เก่งที่สุดในสถานการณ์นี้คือใคร?
คือคนที่สามารถแยกอารมณ์ออกจากการปฏิสัมพันธ์ได้ และมุ่งหมายอยู่ที่การทำงานให้สำเร็จ
คือคนที่ฟังทั้งประโยค แต่เลือกจับใจความเฉพาะสิ่งที่อยู่ในช่องว่าง มองข้ามคำว่า "ทำไมไม่"
คุณบังคับคนอื่นให้เปลี่ยนวิธีการพูดไม่ได้
แต่คุณบังคับตัวเองได้ว่าจะสนใจสิ่งใดและไม่สนใจสิ่งใด
คุณกำหนดเองได้ว่าจุดมุ่งหมายอยู่ที่ไหนและผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไร

ตอนนี้ฉันยังไม่เก่ง แต่จะฝึกตนเองให้มากขึ้นเพื่อที่จะได้เป็นคนเก่งในวันหน้า
คงไม่ง่าย คงไม่ได้ในทันที แต่ฉันต้องทำให้ได้
เพราะฉันเชื่อว่าฉันต้องทำได้ดีกว่านี้